บทความที่ได้รับความนิยม

วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2554

เล่าเรื่องในหลวงผ่านเหรียญและเครื่องอิสริยยศ


คุยกับนักสะสมเหรียญ
เมื่อวันเสาร์ที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๕๐
ในงานเล่าเรื่องในหลวงผ่านเหรียญและเครื่องอิสริยยศ
ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
ผู้ดำเนินรายการ คุณอภิรักษ์ หาญพิชิตวณิชย์
สวัสดีครับขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่เวที คุยกับนักสะสมเหรียญ นะครับ ผมเชื่อว่าหลายท่านที่เก็บเหรียญอยู่ประจำบางคนก็เป็นมืออาชีพ แต่บางคนก็เป็นมือสมัครเล่น บางท่านก็เป็นมือสมัครเล่นกึ่ง ๆ อาชีพ ก็คือเวลาเขามีการเปิดให้จำหน่ายแลกเหรียญ ก็ไปเข้าคิวต่อแถวกัน บางคนก็เก็บมาเรื่อย ๆ เยอะขึ้น ๆ มีความรู้สึกว่า เอ๊ะ! ถ้าหากเราเก็บเยอะ ๆแล้วนี่ทำอย่างไรถึงจะครบ วันนี้ต้องบอกก่อนนะครับว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งโดยเฉพาะเด็ก และผู้ใหญ่ที่จะได้มีโอกาสคุยกับผู้รู้หลายๆ ท่านในวงการสะสมเหรียญในวันนี้ ต้องบอกนะครับว่าเหรียญนั้นมีคุณค่า มีประวัติศาสตร์ และสามารถบอกเล่าเรื่องราวในอดีตให้กับเด็ก ๆ ได้รับรู้อย่างมาก ลองนึกดูนะครับว่าหากเราดูเหรียญสักเหรียญหนึ่งแล้วมีรูปลักษณ์และลักษณะที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เมื่อเด็กถามเราก็สามารถที่จะบรรยายบอกเล่าเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสัตร์ชาติไทยแล้วคุณค่าของเหรียญนี้อาจจะมาจากการสะสม คุณค่าของสะสมชนิดอื่น ๆ แสตมป์ดูจะมีสีสันต์แต่ว่าเหรียญมีคุณค่าในตัวของมันคุณแล้วเหรียญของไทยที่มีประวัติมานานหลายร้อยปีนั้น มีความเกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เราเชื่อว่าหลายคนได้เห็นพระพักตร์ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบนเหรียญหลายประเภท ได้แสดงถึงความเป็นชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เราๆ ท่าน ๆ ที่อยู่ในอาชีพต่างๆ ได้มาพูดคุยเสวนาในวันนี้ด้วย วันนี้ต้องมาดูนะครับว่าการเก็บเหรียญ สะสมเหรียญอย่างไรให้ได้เห็นคุณค่ามากและจะได้รู้ว่าขาดอะไรไป และมีวิธีการเก็บดูแลรักษาอย่างไรขอเรียนเชิญท่านวิทยากรทั้ง 5 ท่านขึ้นบนเวที
ท่านแรก อาจารย์นวรัตน์ เลขะกุล ผู้จัดการพิพิธภัณฑ์เงินตราแห่งประเทศไทย ที่ปรึกษาทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน ผู้ดูแลและผู้จัดการด้วยนะครับ และเป็นผู้ดูแลพระโกศทองคำด้วย
ท่านที่ 2 ร้อยตำรวจเอกกุสิก มโนธรรม นายกสมาคมเหรียญกษาปณ์แห่งประเทศไทย
ท่านที่ 3 เป็นคุณหมอ นพ.บวรกฤษฏ์ ตันตินิพันธ์กุล
ท่านที่ 4 คุณเชิดศักดิ์ ยอดสกุลทิพย์ โปรแกรมเมอร์บริษัทเอกชน
และท่านที่ 5 คุณนิคม ตาใจ
พูดถึงคุณค่าในตัวของเหรียญอย่างเช่นเหรียญ 80 พรรษา มูลค่าหน้าเหรียญ 10 บาท เวลาผ่านไปหนึ่ง ปีมูลค่าทางใจไม่ต้องพูดถึง เพราะมีมูลค่าในตัวของเหรียญคุณเพิ่มขึ้น
เหรียญ... พูดถึงประวัติความเป็นมา อธิบายตอนนี้กันก่อนดีกว่า บางคนอาจจะไม่ทราบว่าประเทศไทยมีเหรียญใช้กันมานานแล้ว เริ่มต้นอย่างไรครับเมืองไทย ขอเรียนเชิญอาจารย์นวรัตน์ครับ
อาจารย์นวรัตน์ พูด เมื่อชนชาติไทยสยามนั้น ผมขอกำหนดให้ค่อนข้างชัดว่าอยู่แถวๆ ภาคกลาง เพราะภาคเหนือเหรียญเขาก็จะใช้อีกอย่างหนึ่ง ก็จะเริ่มใช้เงินตรา เพื่อซื้อขายแลกเปลี่ยน ก็คือจะเป็นเงินพดด้วง เป็นเงินแท้ ๆ แต่ต่อเอามาตอกตราตรงกลาง เป็นตราของพระมหากษัตริย์ แล้วใช้มา มีมาตั้งแต่ก่อนสมัยสุโขทัย(ผู้ดำเนินรายการ คนละยุคกัน”) ครับคนละยุค เริ่มตั้งแต่สมัยอยุธยา ธนบุรี แล้วก็เป็นกรุงเทพมหานคร มาจนถึงรัชกาลที่ 4 ก็ปรากฏว่ามีเงินปลอมมากขึ้น ท่านก็คิดปรับปรุงว่าน่าจะเป็นเหรียญตอนนั้นรัชกาลที่ 4 ได้ทำสัญญากับประเทศอังกฤษ เรียกว่า สัญญาบราวริ่งท่านก็เลยให้ฑูตไทยที่ไปประเทศอังกฤษ ช่วยซื้อเครื่องจักรทำเหรียญกลับมาด้วย เพราะว่าป้องกันเงินปลอมได้ บังเอิญจังหวะเป็นช่วงที่ไทยผลิตเงินพดด้วงไม่ทัน เพราะว่าทำด้วยมือก็เลยมีประกาศให้เลิกใช้ ดังนั้นตั้งแต่รัชกาลที่ 5 มาเราจึงใช้เหรียญเป็นส่วนใหญ่ พอปลายรัชกาลที่ 5 ก็ออกเป็นธนบัตรตอนแรกเรียกว่าตั๋วสัญญาใช้เงินก็เริ่มเป็นระบบที่เราใช้อยู่ทุกวันนี้ แต่มีข้อสำคัญอยู่นิดหนึ่งคือเราใช้เงินตามน้ำหนัก ในการชำระหนี้ ซื้อ ขาย จ่าย ทอนกันตามน้ำหนัก เช่น ชั่ง ตำลึง บาท สลึง เพราะฉะนั้นเงินสมัยก่อนจะมีหน่วยเรียกเป็น บาท สลึง และสตางค์
ผู้ดำเนินรายการ : เงินตราไทยมีอะไรที่พิเศษกว่าประเทศอื่นบ้างครับ
อ.นวรัตน์ : มีทุกอย่างอยู่พร้อมในเหรียญที่แสดงถึงสัญญาลักษณ์ของชาติ ศาสน์ กษัตริย์
ผู้ดำเนินรายการ : ขอเรียนถามอาจารย์กุสิก ในหน้าที่สมาคมเหรียญกษาปณ์ไทยมีอะไรบ้างครับ
อาจารย์กุสิก : ในหน้าที่ของสมาคมคือ เผยแพร่ความรู้ และในช่วงเวลา 10-20 ปี ที่ผ่านมาได้บรรยายตามโรงเรียนต่างๆ ตามวิทยาลัย ตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เพื่อสอนให้เยาวชนได้รู้จัก คุณค่าว่านอกจากจะมีค่าตามราคา 5 บาท 10 บาท แล้ว ยังมีประวัติศาสตร์ ในตัวของมันเองด้วย บางครั้งที่ไปโรงเรียนแห่งหนึ่งเคยไปตอบปัญหาว่า พ.ศ. 2547 นั้นอยู่ในยุครัชกาลไหน เด็ก ๆ หลับตาเห็นเลยว่า เขามีเหรียญรัชกาลที่ 6 ช้างสามเศียรข้างหลังเขียนว่า 2456 ถึง 2461 เขาก็รู้ว่าอยู่ในรัชกาลที่ 6 แน่นอน ก็ตอบได้ทันที บางครั้งการสะสมนอกจากความภูมิใจในตัวที่ได้สะสมแล้ว ยังช่วยในเชิงประวัติศาสตร์

ผู้ดำเนินรายการ ; นักสะสมนั้นบางครั้งดูของที่สะสมก็มีความสุขแล้วแต่ถ้ามีโอกาสได้เผยแพร่ให้เยาวชนได้สนใจสามารถที่จะได้ความรู้ในทางประวัติศาสตร์อีกด้วย ในแง่ของเหรียญสามารถบอกอะไรได้บ้างที่รู้ ๆ จะมี 2 ประเภท คือเหรียญที่ใช้ในประจำวัน กับเหรียญที่ออกในโอกาสพิเศษใช่ไหมครับ
อาจาร์กุสิก ; ในโอกาสที่สำคัญที่จะออกเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกได้นั้น ครั้งเดียวออกหนเดียว เพราะต้องขอพระบรมราชานุญาตผลิต จำนวนสองล้าน หรือหนึ่งล้านเหรียญก็ว่ากันไป หมดเป็นหมด หลวงก็จะให้แจกจ่ายราชฎร์ ใน 2 เดือน 3 เดือนก็ถือว่าหมด ถ้าไม่หมดเขาก็คงคลังเอาไว้ครับ ส่วนใหญ่เขาก็จะวางแผนให้หมดพอดี แต่บางครั้งก็อยู่ที่กระแส ผลิตไม่กี่หมื่นเหรียญ แต่คนต้องการเยอะ แต่ว่าเมื่อพระบรมราชานุญาตไปแล้ว ก็ผลิตเพิ่มอีกไม่ได้ ฉะนั้น เหรียญกษาปณ์นี้ไม่ใช่ว่าหลวงจะผลิตเมื่อไหร่ ก็ผลิตได้ ไม่ใช่นะครับ แต่ว่าในวโรกาสสำคัญๆ ต่างๆ นั้น ในปีหนึ่ง ๆ มีหลายครั้งก็ผลิตไปตามวโรกาส......
ผู้ดำเนินรายการ ; ไปที่นักสะสมเหรียญกันบ้าง ถามคุณหมอว่าอะไรเป็นแรงบันดาลใจให้สะสมครับ
คุณหมอบวรกฤษฏ์ ; ผมนั้นสมัยก่อนที่บ้านขายของชำ มีเหรียญผ่านมือทุกวัน คุณพ่อมีกุศโลบายให้ลูกได้เก็บ ผมก็จะเห็นแต่เหรียญตราแผ่นดินพ.ศ.2505 อีกเหรียญคือ รูปเรือสุพรรณหงศ์ ผมไปช่วยพ่อนับเหรียญก็เห็นเหรียญ 1 บาท เอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ 6 ปี พ.ศ.2513 ความที่สะดุดก็คือทำไมเหรียญนี้จึงมีรูปพระเจ้าอยู่หัวกับพระราชินีอยู่ด้วยกัน ก็เลยมีความสนใจที่จะเก็บมาตั้งแต่เด็ก จนประมาณปี พ.ศ.2533 ก็มีเหรียญปีต้นไม้แห่งชาติ มีคนเอามาซื้อของที่บ้าน วันนั้นกลับมาจากโรงเรียนไปนับเหรียญเจอก็บอกพ่อว่าเหรียญนี้หายากมาก ถามพ่อว่าคนที่เขาเอามาซื้อเขาเป็นใคร เดี๋ยวผมจะเอาไปคืนเขาเพราะนักสะสมเหรียญจะมีจุดยืนคือ เราจะไม่เอาของ ๆ ใครอยู่แล้ว พอใจเท่าที่ตัวคุณมี ก็เป็นจุดหนึ่งที่จุดประกายก็เลยเก็บเรื่อยมายี่สิบแปดปีแล้วครับ
ผู้ดำเนินรายการ; ถามทางคุณนิคมบ้างว่าเก็บมากี่ปีแล้วครับ
นิคม ; ผมถือว่าเป็นนักสะสมมือใหม่เก็บมาประมาณ 3-4 ปี โดยเริ่มเก็บจากเหรียญ10 บาท สองสี ไม่จำเป็นต้องเริ่มเก็บจากเหรียญหายาก หรือเหรียญในรัชกาลอื่นๆ ที่หายาก เก็บจากวาระต่างๆ ที่ออกมาเริ่มจากปี พ.ศ.ที่ออกมาแรกๆ และไล่เรียง พ.ศ. ไป พอ 10 บาทสองสีครบแล้ว ก็จะขยับขึ้นไปเป็นเหรียญ 10 บาท นิเกิ้ล เหรียญ 20 บาท พอสิบบาท 2 สีครบแล้ว ก็จะย้อนไปดูว่า 10 บาทสองสีหมุนเวียน เริ่มตั้งแต่ พ.ศ.ไหน ก็เก็บให้ครบพ.ศ.
ผู้ดำเนินรายการ ; แล้วเหรียญที่เกิดแรงบันดาลใจให้เก็บสะสมละครับ
นิคม ; ก็จะเป็นเหรียญ 1 บาท โปรยข้าว ซึ่งในเหรียญจะมีรูปในหลวงทรงโปรยเมล็ดข้าว (มีพระบรมโอรสาธิราชยืนอยู่ข้างๆ) ในวัง ซึ่งมีการทำแปลงสาธิตเกษตรปลูกข้าว ข้าวนี้จะนำไปใช้ในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ผมคุณด้วยความที่เป็นลูกชาวนา เห็นภาพในเหรียญนั้นสื่อถึงว่า พ่อทำนาให้ลูกดูครับ เหรียญนี้จึงเป็นเหรียญที่ประทับใจครับ
อาจารย์กุสิก ; (เสริมว่า) เหรียญนี้ยังมีเป็นเหรียญเงินราคาหน้าเหรียญ 150 บาท ด้วยนะครับ
ผู้ดำเนินรายการ ; เก็บจริงๆ ทำให้เรารู้ประวัติความเป็นมาที่ลึกซึ้งมากขึ้น ถามคุณเชิดศักดิ์บ้างครับ ว่าเริ่มจากการเป็นนักสะสมได้อย่างไร
คุณเชิดศักดิ์ ; ผมอยากจะแบ่งระหว่างการเก็บ กับการสะสม เก็บนั้นเราเก็บไปเรื่อย ๆ ถ้าสะสมเราจะต้องมีการศึกษาและเก็บจัดเรียงให้เข้าชุดกันอย่างดี
อาจารย์กุสิก ; หากเราเก็บเหรียญหนึ่งบาทที่เริ่มมาตั้งแต่ พ.ศ. 2529 ถ้าคุณเริ่มเก็บตั้งแต่เหรียญแรกแล้ว เรียงพ.ศ.ให้ครบ คุณก็จะเริ่มเป็นนักสะสมแล้ว นักสะสมนี่ใช่ว่าจะต้องเอาให้ครบ คุณพอใจแค่ไหนก็เอาแค่นั้น หากมี พ.ศ. ที่ซ้ำกันก็จะเอามาแลกเปลี่ยนกันนี่ซิครับ พอตอนหลังคนที่มาเริ่มเก็บ พ.ศ. เหรียญก็หายากเพราะผลิตปีเก่าๆ น้อย
ที่ว่าเหรียญหนึ่งบาทปีพ.ศ.2529 มีช่อฟ้าสั้นช่อฟ้ายาวนั้น เพราะว่ามีการเปลี่ยนแปลงการผลิตในปี พ.ศ.2529 จึงมีเหรียญหมุนเวียน สองแบบ คือ หนึ่งช่อฟ้าสั้น และสองช่อฟ้ายาว (ช่อฟ้าบนหลังคาวิหารในเหรียญหมุนเวียนหนึ่งบาท)
ผู้ดำเนินรายการ ; อาจารย์กุสิกครับ บางครั้งที่อาจารย์ไปบรรยายในสถาบันต่างๆ เราจะมีโอกาสเปิดให้เด็ก ๆ เข้าถึงข้อมูลเหรียญได้อย่างไรครับ
อาจายร์กุสิก ; ตอนนี้เหรียญของไทยนั้นการผลิตออกมาตามวาระต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ปีละ 3-4 ครั้ง ฉะนั้น จึงเกิดความสนใจ แต่ทางภาครัฐก็พยายามให้ผลิตออกมา ไม่ให้เยอะเกินไป ซึ่งถ้าหากเราเกิดความสนใจในการสะสม ผมเชื่อว่าในช่วงสิบปีที่ผ่านมานี้มีผู้คนสนใจเยอะขึ้นมาก ทำไมเราจึงเกิดความสนุกในการสะสม เพราะว่าในเหรียญนั้น อย่างเช่นในราคาห้าบาทนิเกิ้ล ยังมีเหรียญเงินอีก เช่นปีต้นไม้มีสิบบาท ยังมีสองบาทปีต้นไม้อีก ด้านหลังเหมือนกันเลย และเหรียญหนึ่งบาทที่มีในหลวงยื่นโปรยข้าวอยู่มีพระบรมฯ ยื่นอยู่ข้าง ๆ ยังมีเหรียญเงิน 150 บาท ให้สะสมอีก นี่พอเล่นแล้วมีหลายๆ อย่างโยงใยไป ไม่ได้มีเหรียญเดียว แต่ที่พูดไปแล้วทั้งสามท่านนั้น พูดเฉพาะ เหรียญเดียวแต่ถ้าสะสมแล้วมีการสานต่อขึ้นไปได้อีกไม่หยุดหยั้ง
ผู้ดำเนินรายการ ; ถามคุณนิคมตอนนี้มี Collection อะไร ที่เอาไว้โชว์ได้บ้างครับ
คุณนิคม ; ของผมนี่ชุดสิบบาทนิเกิ้ลจะหายาก โดยเฉพาะเหรียญปีต้นไม้เพราะราคาค่อนข้างแพง และผลิตน้อย ผมก็ภูมิใจว่าเหรียญปีต้นไม้เราได้มาแล้ว และครบชุดแล้ว รวมทั้งชุดสองบาทด้วย พอเราครบชุดแล้วเราก็จะไต่ระดับขึ้นไปเหมือนที่อาจารย์กุสิกพูด คือจะเริ่มเก็บนิเกิ้ลพอครบก็จะไปเก็บเหรียญเงิน ซึ่งผมตั้งเป้าไว้ว่าจะเก็บเหรียญเงินราคาหน้าเหรียญ 150 บาทให้ครบ ตอนนี้เก็บครบแล้ว ก็จะภูมิใจว่าเราเก็บครบแล้ว ชุดที่ภูมิใจก็จะเป็นชุด 150 บาทนี่แหละครับ
ผู้ดำเนินรายการ ; คุณค่าของเหรียญนี้ไม่เหมือนกับแสตมป์ แสตมป์พอปั้มใช้ไปแล้วคุณค่าก็จะตก แต่เหรียญนั้นคุณค่าเป็นอย่างไรครับ เพราะอย่างน้อยก็มีมูลค่าตามหน้าเหรียญ
คุณนิคม ; คุณค่าทางจิตใจนั้นประเมินไม่ได้ครับ แต่เราจะภูมิใจว่าได้เก็บจนครบแล้ว เวลามานั่งเปิดอัลบัมเหรียญแล้วจะภูมิใจและมีความสุข
ผู้ดำเนินรายการ: ครับเปิดดูแล้วเปิดดูอีก จัดแล้วจัดอีกใช่ไหมครับ ดูว่าช่องไหนขาดไปก็จะเฝ้ารอว่า เอ้ !. เมื่อไหร่จะได้เหรียญนี้มาใช่ไหมครับ
นิคม ; ครับ
ผู้ดำเนินรายการ ; ถามคุณหมอบ้างครับว่าชุดที่ภูมิใจมีอะไรครับ
คุณหมอบวรกฤษฏ์ ; ชุดที่ภูมิใจก็จะมี 1 บาทครบชุด 2 บาท ครบชุด และชุด 10 บาท อย่างชุด 10 บาทนั้น สมัยก่อนยังเก็บได้ง่ายเพราะราคาไม่แพง มีอยู่ 2 ชุด ก็เลยให้น้องที่รู้จักกันที่บ้านไป 1 ชุด และสอนเขาให้รู้จักการเก็บสะสมเพราะอย่างน้อยก็จะได้ช่วยเขาให้ห่างไกลจากยาเสพติด ที่ชอบมากที่สุดก็เป็นชุดเหรียญ 10 บาท
ผู้ดำเนินรายการ; ถามคุณเชิดศักดิ์ ว่ามีทำรูปภาพเป็นไดเล็คโทลรี่ ส่วนตัวแจกเลยใช่ไหมครับแต่ละรุ่นมีอะไร และดาวโลดส์ได้ด้วย แล้วชุดที่พี่เชิดศักดิ์ สะสมไว้เป็นส่วนตัวที่เป็นเอกอุ ของพี่มีอะไรบ้างครับ
คุณเชิดศักดิ์ ; ชุดหนึ่งบาทมีตั้งแต่ปีพ.ศ. 2500 พ.ศ.2505 ตราแผ่นดิน ปีพ.ศ. 2529 ถึง ปีพ.ศ. 2550 ซึ่งเป็นปีปัจจุบันมีครบแล้ว ชุด 2 บาท ครบชุด ชุด 10 บาทโลหะสองสีครบชุด ชุด 10 บาทนิเกิ้ลครบชุด 50 บาทครบ และชุด 100 บาทครบชุด จนถึงเหรียญเงินครับ ตอนนี้เหรียญเงินที่ยังไม่ครบมีอยู่ 2 เหรียญ คือเหรียญปีคนพิการสากล กับเหรียญ 200 บาท ปีมังกร ส่วนเหรียญทองคำขาดเยอะครับ อย่างเหรียญหมุนเวียน 10 บาท ปี พ.ศ.2533 นี้ก็ถือว่า ไม่ต้องไปหาครับ เพราะ ผลิตออกมาแค่ 100 เหรียญ หาไม่ได้ครับ
ผู้ดำเนินรายการ; ทำไมครับผลิตแค่ 100 เหรียญความต้องการในปีนั้น เป็นอย่างไรครับหรือว่า เพราะบล็อคเสียครับ
อาจารย์กุสิก ; อย่างที่เรียนให้ทราบว่าทางภาครัฐตัดสินใจจะเปลี่ยนชนิดของเหรียญกษาปณ์ ชนิดของเหรียญกษาปณ์หมุนเวียน ในปี พ.ศ.2528 ปี พ.ศ. 2529 พอถึงพ.ศ. 2529 ก็ออกเหรียญบาท และออกเหรียญย่อยอื่นๆ รวมทั้ง 5 บาท ด้วย อีกทางหนึ่งนั้นก็อยากจะได้เหรียญ 10 บาทออกมาใช้ เลยไปจ้างต่างประเทศให้ผลิต เป็นหนึ่งร้อยล้านเหรียญเลย เพื่อใช้แทนธนบัตร พูดง่าย ๆ ว่าปีพ.ศ.2531 นั้นเราผลิตคุณพอปีพ.ศ.2532 นั้นผลิตมาจากนอก เป็นร้อยล้านเหรียญ ฉะนั้นปี พ.ศ.2533 จึงไม่ต้องผลิตเพราะว่าในท้องตลาดยังมีเหรียญหมุนเวียนอยู่เยอะ พอดีตอนนั้นท่านอธิบดีฯ จะไปประชุมที่ประเทศแคนนาดาก็บอกว่า หลวงมีชุดหมุนเวียนอยู่แล้ว เป็นแผงประจำปีพ.ศ.2533 ก็ขอไปเพื่อจะเอาไปแจกเขาก็เลยไม่ผลิตอีกไม่ใช่เพราะเครื่องเสียอะไรหรอกครับ
ผู้ดำเนินรายการ; เชิญคุณเชิดศักดิ์ต่อครับ
คุณเชิดศักดิ์ ; ส่วนเหรียญที่ผมชอบมากที่สุดคือเหรียญ 50 บาทปีมังกร ปี ค.ศ.2000 ราคาหน้าเหรียญ 200 บาท ถ้าเป็นเหรียญ 50 บาท จะมีอยู่ 3 แบบ ถ้ามองจากด้านหลังจะเป็นภาพโฮโลแกร็มเป็นดวงไฟ ซึ่งคล้ายกับเหรียญครองราช 60 ปี ส่วนอีกเหรียญหนึ่งจะเป็นภาพสามมิติ ถ้ามองมุมหนึ่งจะเป็นตัวอักษร Y2K ถ้ามองอีกด้านหนึ่งจะเป็นเลขไทย ๒๕๔๓ ส่วนอีกด้านเหรียญหนึ่งเป็นแก้วกลมสีเหลือง คือชุดนี้ดูแล้วชอบครับ คือผมเป็นคนชอบด้านเทคโนโลยี่ และก็ชอบสะสมเหรียญด้วย เมื่อสองอย่างมาประสานกัน ก็เลยรู้สึกถูกใจมาก ซึ่งสามารถนำเทคโนโลยี่ มาประกอบบนเหรียญได้
ผู้ดำเนินรายการ ; ผมไม่เคยเห็นชุดนี้เลย ผมถามว่าแพงไหมครับ
คุณเชิดศักดิ์ ; ชุดหนึ่งสามเหรียญ ก็ประมาณไม่น่าเกินแปดพันบาทครับ
ผู้ดำเนินรายการ ; หน้าเหรียญเท่าไหร่ครับ
คุณเชิดศักดิ์ หน้าเหรียญ 50 บาท แต่ว่าราคาจ่ายแลกไม่ใช่ 50 บาท เนื่องจากเป็นเหรียญเงินขัดเงาราคาตอนนั้นไม่ทราบว่าเท่าไหร่
ผู้ดำเนินรายการ ; เชิญอาจารย์กุสิกเพราะเป็นเหรียญเงินขัดเงาด้วยบางคนอาจจะไม่ทราบ
อาจารย์กุสิก ; ขออนุญาตกราบเรียน รุ่นนี้เราไม่ได้ผลิตเอง ทางต่างประเทศผลิตขึ้นมาและขอความร่วมมือทางภาครัฐบาลแล้วเราก็ยอม การประชาสัมพันธ์จึงน้อย เราต้องแบกภาระค่าของเงินเองไว้ด้วย แล้วเขาก็ส่งมาให้ประเทศเราส่วนหนึ่งเพื่อให้ประชาชนจ่ายแลก
เหรียญเงินขัดเงานั้นธรรมดาเราไปแลกเหรียญ 20 บาทมาแล้ว แต่จะมีเหรียญขัดเงาที่เรียกว่า พรุ๊ฟคอยส์ (Proof coins) ราคาแลก 200 บาท การผลิตขัดเงานั้น ผลิตทีละเหรียญ ปั้มตึ่งๆๆๆ เพื่อไม่ให้มีรอยกระแทก รอยขีดข่วน อะไรไม่ได้เลย จริงๆ ต้องผลิตในห้องแอร์ คนทำนี่ยิ่งกว่าทำอาหารอีกครับต้องใส่หมวก ปิดจมูก ใส่ถุงมือ ผลิตทีละชิ้น ๆ นอกจากกรรมวิธีผลิตทางด้านเทคโนนิคแล้ว การผลิตนี่ละเอียดมากราคาจึงแพงกว่าเหรียญธรรมดามาก
ผู้ดำเนินรายการ; ขอถามอาจารย์นวรัตน์เรื่องการเก็บเหรียญ ขั้นตอนดูแลจะต้องทำอย่างไรครับ
อาจารย์นวรัตน์ ; ถ้าเป็นเหรียญใหม่จริง ๆ เลยไม่ควรล้างเลยครับ จะทำให้เสียผิวที่มีลักษณะพิเศษที่ออกมาจากโรงงาน วิธีที่ดีสุดคือ ทำอย่างไรไม่ให้เหรียญถูกอากาศ บางคนก็จะง่ายๆ ใส่ถุงพลาสติก บางทีถุงก็มีหลายเกร็ด นานๆ เข้าทำให้เหงื่อไปเกาะที่เหรียญจนเป็นสีเขียว หากเก็บไว้ในตลับได้ก็จะเป็นการดีที่สุด ถ้าเราเอาเหรียญเงินมาวางไว้ในอากาศจะมีฝุ่นละออง ควันรถยนต์มีซัลเฟอร์ไดออกไซค์ ผสมอยู่มันจะมาเกาะเหรียญทำให้เหรียญดำ พอนานเข้าจะมาโชว์เพื่อนทีก็เช็ด ขัด ขัดจนลายหายหมด ถ้าจะให้ดีก็ใส่ตลับหรือซองพลาสติกเก็บไม่ให้โดนอากาศ มันจะเงางามสวยอยู่ตลอดไป
หากเป็นเหรียญนิเกิ้ลเช่นเหรียญ 1บาท ตราแผ่นดิน เหรียญสุพรรณหงส์ ก็มีวิธีเช็ดด้วยน้ำกลั่น แล้วปล่อยให้แห้งตามธรรมชาติแล้วนำมาเก็บใส่ถุงพลาสติก ไม่ให้โดนอากาศเลย หากดำมากใช้น้ำสบู่อ่อนๆ ล้างเบา ๆ ไม่ให้ใช้แปรงถู
อาจารย์กุสิก ; หากดำมากจนขึ้นคราบเหนียวดำ เพราะเก็บไว้ในอัลบัมนานจนเหนียวและดำวิธีจะล้างให้ง่ายและประหยัดใช้สารโซเดียมไบคาร์บอเน็ต หรือที่เรียกว่า เบ็คกิ่งโซดา ซื้อได้ที่ห้างขายยาอังกฤษตรางู ราคาปอนด์หนึ่ง 30 กว่าบาท ลักษณะเป็นผงเหมือนเกลือ ผสมน้ำในถ้วยแล้วล้างเหรียญขัดด้วยมือเบา ๆ จะขาวใสอยู่ได้นานอีกเป็นสิบปี
ผู้ดำเนินรายการ ; ถามพี่เชิดศักดิ์ การเป็นนักเก็บจะเข้าสู่การเป็นนักสะสมต้องทำอย่างไรครับ แล้วของที่เก็บอยู่ทำอย่างไรครับ
คุณเชิดศักดิ์ ; ของที่เก็บก็ยังเก็บอยู่ แต่ถ้าขาดตัวไหนก็จะไปหามาเพิ่ม เพื่อเข้าชุดให้ครบชุด ส่วนใหญ่ตัวไหนขาดก็ไปหาซื้อมาเข้าชุดเพราะตอนนั้นไม่รู้จะไปแลกเปลี่ยนกับใคร ก็ใช้วิธีไปหาซื้อเอา
ผู้ดำเนินรายการ ; ถามคุณนิคม เก็บแล้วเริ่มหาความรู้และข้อมูลจากไหน
คุณนิคม ; ผมเริ่มหาความรู้จากข้อมูลของกรมธนารักษ์ เป็นหลัก พอให้ความสนใจแล้ว ก็จะไปหาหนังสือมาอ่าน ตามท้องตลาด ตามร้านขายหนังสือต่าง ๆ เช่นหนังสือของคุณอนุรัตน์ โค้วคาสัย ชื่อหนังสือ เหรียญกษาปณ์กับคุณรุ่นใหม่ แล้วก็จากพ่อค้าเหรียญ เป็นแหล่งที่หาความรู้จากเขาด้วยการพูดคุย และพอสนใจได้สักระยะก็จะมีกลุ่ม ก๊วน ของเรา จะมีการแลกเปลี่ยนความรู้กัน และในเวปก็จะมีการตั้งกระทู้ถามกัน ตอบกัน ผมยืนยันว่าส่วนใหญ่ได้ความรู้จากเวปของกรมธนารักษ์เป็นหลัก
ผู้ดำเนินรายการ ; ถามคุณหมอบ้างครับว่าแหล่งความรู้ที่ได้มาจากไหนครับ
คุณหมอบวรกฤษฏ์ ; สมัยก่อนไม่มีเวป ก็จะได้ความรู้จากพ่อค้าเหรียญเป็นส่วนใหญ่ และอีกที่หนึ่งก็ศาลาแสดงเหรียญในวัดพระแก้วและวารสารของกรมธนารักษ์ บางทีก็จะมีเด็กวัยรุ่นมาถามผมก็จะตอบคำถามเขาไป โดยเข้าไปในกรมธนารักษ์บ้าง วัดพระแก้วบ้าง ไปจดเอา และก็จะมีวารสารเป็นสมาชิกปีละ 20 บาท สมัครรับ เพื่อนำความรู้มาตอบเขา มีเรื่อง JOKE เล่าให้ฟังเรื่องหนึ่ง อยากให้ทุกคนเก็บเหรียญด้วยความตั้งใจและมีสติ แถวบ้านผมแต่ก่อนอยู่แถวสายใต้ ก็มีคนแก่คนหนึ่งเขาเก็บเหรียญเยอะ เขาต้องการเหรียญพระราชินีเกล้าผมมวย(เหรียญซีเรส) ต้องการราคาหน้าเหรียญหนึ่งบาท ถ้ามีจะให้ราคาสองแสนบาท ด้วยความที่ผมเป็นเด็กก็ไปหาจดตามวัดพระแก้ว แล้วมาบอกเขาว่าเหรียญรุ่นนี้จะมีราคา 5 บาท 600 บาท และ 9,000 บาท บอกไปว่าไม่มีราคา 1 บาท ก็ไม่เชื่อผม พอสองเดือนผ่านไป เขาบอกได้มาแล้วเสียไปสองแสนบาท ทุกวันนี้ผมยังเจอเขาอยู่ แต่ตอนนี้ธุรกิจเขาก็ล้มละลายหมดแล้ว เพราะว่าที่เขาต้องการเหรียญนั้นจุดประสงค์ไม่ใช่เพราะการสะสม แต่จะเอาไปให้พระปลุกเสกซื้อหวย มาในยุคหลังๆ นี้ โชคดีที่ได้มีโอกาสโทรคุยกัน และได้เป็นเกรียติอย่างยิ่งที่มาเจอท่านอาวุโสทั้งหลายที่สอนพวกผม และก็มีระบบ e-catalog นี่แหละครับ
ผู้ดำเนินรายการ ; นอกเหนือจากที่ได้ดูตอนนี้ ผมได้มีโอกาสเข้าไปดูในเวปประมาณอาทิตย์หนึ่งแล้ว จะมีการบอกกันอันนี้เหรียญปลอม อันนี้เหรียญจริง ถ้าเป็นช้างสามเศียรจริงจะต้องมีชฎา ถ้าปลอมจะไม่มีชฎา ถ้าเริ่มศึกษาก็จะเริ่มรู้มากขึ้น เชิญคุณนิคมครับ
คุณนิคม ; ตอนนี้น่าชื่นใจมากครับ แต่ก่อนผมเป็นสมาชิกของเวปนี้ตั้งแต่เลขที่ 720 แต่ตอนนี้ผมดูแล้วมีสมาชิกประมาณหนึ่งหมื่นกว่าแล้วครับ แสดงว่าเยาวชนรุ่นใหม่ นักสะสมรุ่นใหม่ ให้ความสนใจกับเวปนี้มาก แล้วถ้าสมัครเป็นสมาชิกจะมีสิทธิพิเศษในการจองเหรียญที่ออกตามวาระต่างๆ ด้วยครับ
ผู้ดำเนินรายการ ; สมัครยากไหมครับ
คุณนิคม ; ไม่ยากครับ
ผู้ดำเนินรายการ ; มีตัวตนแน่นอน ดังนั้นก็เป็นเวปสะอาด เด็ก ๆ ก็สามารถเข้าไปสมัครได้ นี่เป็นเครื่องมือในส่วนของการหาความรู้ ในส่วนของท่านอาวุโสทั้งสองท่าน ยังจะให้ความรู้เกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์ เชิญอาจารย์นวรัตน์ครับ
อาจารย์นวรัตน์ ; ขณะนี้ หนึ่งผมเห็นว่าที่ศาลาแสดงเหรียญกษาปณ์ ในพระบรมมหาราชวังเป็นสถานที่ มีความสมบูรณ์มากที่สุด จนมองไม่เห็นว่าที่อื่นจะสมบูรณ์เท่า พูดง่ายๆ ก็เป็นที่ ที่เอ็กเปริส ทางด้านนี้ เพราะผลิตมากับมือ และสอง ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย แต่จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับเงินโบราณ ซึ่งจะมีพอสมควร อีกอันหนึ่งที่ผมอยากจะแนะนำ เวลาที่ท่านเล่นหรือเก็บเหรียญก็อย่าไปเก็บอยู่คนเดียว ควรจะเข้าเวป และควรจะตั้งกลุ่มของท่าน จะเรียกว่าก๊วน ก็ได้นะครับ แล้วเราก็แลกเปลี่ยนเหรียญกัน แลกเปลี่ยนความรู้กัน แล้วท่านจะมีเพื่อนที่ถูกอัฐยาศรัยเพิ่มขึ้นอีกเยอะครับและน่าสนุกครับ
ผู้ดำเนินรายการ ; อยากจะให้ช่วยแนะนำการปรับปรุงเวปหน่อยครับ
คุณเชิดศักดิ์ ; อย่างอื่นก็ดีอยู่แล้ว แต่ว่าบางคำถามก็จะซ้ำกันมาก แต่ผมก็ว่าเป็นเหมือนกันทุกเวปครับ
ผู้ดำเนินรายการ ; มีเซิ้ทส์กระทู้ได้ไหมครับ
คุณเชิดศักดิ์ ; เซิ้ทส์กระทู้เข้าใจว่าจะไม่มีครับ มีแต่เซิ้ทส์หาข้อมูลเหรียญ
ผู้ดำเนินรายการ ; อาจารย์ครับในส่วนของสมาคมมีส่วนสร้างความรู้ หรือกระตุ้นให้เด็ก ๆ หรือผู้ใหญ่ ได้อย่างไรบ้างครับ ผมรู้ว่าเหรียญมีประวัติ มีความเป็นมาที่อ้างอิงถึงสถาบันกษัตริย์ ผมเชื่อว่ามีคุณค่า หลายคนก็สัมผัสได้ถึงความเป็นคนไทยของเรา
อาจารย์กุสิก ; คือยังมีอีกเยอะที่ไม่รู้ว่าเหรียญที่ออกมาตามวาระต่างๆ ที่ไม่เคยเห็น พวกเราซิครับที่เป็นนักสะสม หรือจะให้เรียกว่าพวกรักเหรียญกษาปณ์ไทยดีกว่า ถ้าเราแลกไปเป็นถุงก็ให้เขาแลกต่อ หรือให้ลูกให้หลานคนละเหรียญ ปลูกฝังให้เขารู้ให้เขารัก เพื่อที่เขาจะได้เก็บต่อไป เมื่อพูดกันว่าเราเห็นรูปในหลวงของเราตั้งแต่เป็น king มา เป็นราชอาณาจักรมา ตั้งแต่สมัยสุโขทัย สมัยอยุธยามา ร่วม 700 ปี ตั้งแต่เรายังไม่มีพระรูป มีแต่ตรา king ไม่ว่าจะเป็นพระองค์ใด พระองค์หนึ่ง ตั้งแต่ยุคโบราณมาแสดงความเป็นเอกราช แสดงถึงความยิ่งใหญ่ เราไม่เคยเป็นลูกน้อง(เมืองขึ้น) ใคร เราเป็นเอกราชของเรามาโดยตลอด คงความเป็นชาติ ศาสน์ กษัตริย์ มาโดยตลอด ประเทศอื่นไม่เหมือนบ้านเราไปดูประเทศอื่นซิครับ มาเลเซียก็เป็นรูปควินอลิซาเบส เป็น king จอร์ด ทางด้านเวียดนามก็เป็นเหรียญหนาม ซึ่งเป็นเมืองขึ้นฝรั่งเศสในช่วงนั้น แต่ของเราเหรียญแสดงถึงความมีอารยะธรรม ตั้งแต่ 700-800 ปีที่แล้ว ซึ่งผมอยากจะใช้คำว่า Kingdom ราชอาณาจักร เรามีของของเรามานานแล้วเราน่าจะภูมิใจครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น